ความแตกต่างระหว่างการ์ดจอและแรมของคอมพิวเตอร์

สำหรับคนที่ใช้งานคอมพิวเตอร์เป็นประจำโดยเฉพาะคนที่มีความรู้เกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ก็น่าจะพอเข้าใจในความแตกต่างระหว่างการ์ดจอกับแรมของคอมพิวเตอร์กันเป็นอย่างดี แต่สำหรับคนที่อาจไม่ได้คลุกคลีอยู่กับคอมพิวเตอร์มากนักหรือว่าแค่พอได้ยินผ่านหูมาบ้างก็อาจจะยังไม่ค่อยเข้าใจในอุปกรณ์สองอย่างนี้ที่อยู่ในคอมพิวเตอร์ ถึงขนาดที่บางคนคิดว่ามันเป็นส่วนประกอบเดียวกันด้วยซ้ำ แต่จริงๆ แล้วนี่คืออุปกรณ์สองสิ่งที่มีความแตกต่างกันอย่างชัดเจนโดยเฉพาะเรื่องของการใช้งาน

ความหมายของการ์ดจอ

การ์ดจอเปรียบได้กับส่วนประกอบที่มีความสำคัญอย่างมากในด้านของการแสดงผลต่างๆ ออกมาทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ เป็นส่วนประกอบที่จะนำผลการประมวลที่ได้จากตัวซีพียูส่งต่อไปให้กับหน้าจอเพื่อแสดงผลออกมาตามที่ได้ใช้งาน ลักษณะของตัวการ์ดจอจะเป็นเหมือนกับแผงวงจรอะไรสักอย่าง ปกติแล้วคอมพิวเตอร์ที่ใช้งานพื้นฐาน เช่น พิมพ์งาน เล่นอินเตอร์เน็ตทั่วไป ก็จะเลือกใช้การ์ดจอแบบ 2 มิติ คือเป็นการใช้งานแบบง่ายๆ ไม่ได้มีกระบวนการอะไรที่ซับซ้อนยุ่งยากเกินไปนัก แต่สำหรับคอมพิวเตอร์บางเครื่องที่ต้องมีการประมวลผลค่อนข้างเยอะหรือคนที่เล่นเกม ทำงานด้านกราฟิก ก็จะต้องเลือกใช้งานการ์ดจอแบบ 3 มิติ เพื่อให้สามารถแสดงผลออกมาได้อย่างชัดเจนและเกิดผลดีที่สุดต่อผู้ใช้งาน ผู้ใช้งานการ์ดจอจึงจำเป็นต้องเลือกเพื่อให้เกิดความเหมาะสมมากที่สุดกับการใช้งานของตัวเองเนื่องจากผู้ใช้งานต้องรู้อยู่แล้วว่าตัวเองใช้งานในลักษณะใดบ้าง การเลือกการ์ดจอที่เหมาะสมก็จะช่วยให้การทำงานราบรื่น

ความหมายของแรมคอมพิวเตอร์

แรมคอมพิวเตอร์เป็นหน่วยความจำของคอมพิวเตอร์ที่เป็นหน่วยความจำหลัก เอาไว้สำหรับการอ่าน เขียน ข้อมูลต่างๆ ใส่ลงไปในคอมพิวเตอร์ได้ตลอดแต่ถ้าหากว่าทำงานอยู่ดีๆ แล้วเกิดไฟดับหรือว่ามีการปิดเครื่องการทำงาน ข้อมูลในหน่วยความจำต่างๆ จะหายไปในทันทีหากไม่ได้มีการบันทึกเอาไว้ แรมคอมพิวเตอร์นี้จะทำงานร่วมกับซีพียูตลอด เรียกได้ว่าทุกๆ การทำงานของซีพียูจะต้องมีแรมเป็นส่วนประกอบหนึ่งอยู่เสมอ แม้แต่กรณีที่ทำการสั่งย้ายข้อมูลไปยังอีกที่หนึ่งก็ต้องใช้หน่วยความจำนี้เป็นตัวกลางสำหรับการย้ายข้อมูล เทียบง่ายๆ ก็เหมือนกับแรมเป็นคนกลางสำหรับการขนส่งสินค้านั่นเอง

จากความหมายของทั้ง 2 คำ ก็น่าจะทำให้เข้าใจกันได้มากขึ้นแล้วว่าระหว่างการ์ดจอกับแรมคอมพิวเตอร์มีความแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจนมากๆ การใช้งานก็มีความแตกต่างกัน แต่เป็นส่วนประกอบที่คอมพิวเตอร์ทุกเครื่องจะขาดไปไม่ได้เลยทีเดียว เพราะล้วนแล้วแต่เป็นส่วนประกอบที่มีความสำคัญด้วยกันทั้งคู่ ส่วนประสิทธิภาพในการใช้งานก็ขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานว่าจะเลือกมาใช้งานได้ดีขนาดไหน ถ้าหากต้องการใช้งานดีก็เลือกที่มีประสิทธิภาพดีในการใช้นั่นเอง