เทคนิคการเขียนโปรแกรมภาษาซีแบบเริ่มต้น

structured_ooppic

ภาษาที่ถือว่าเป็นภาษาพื้นฐานสำหรับการเขียนโปรแกรม ก็คือ ภาษาซี เชื่อว่าคนในวงการไอที ไม่มีใครที่ไม่รู้จักโปรแกรมภาษาซีมาก่อน ต่อให้ในปัจจุบันจะมีภาษาคอมพิวเตอร์สายพันธุ์ใหม่ๆ เกิดขึ้นมากมาย แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าภาษาซียังเป็นภาษาที่ทำการปรับแต่งได้อย่างละเอียดมากที่สุด เพราะเราเขียน และแก้ไขกันแบบตัวต่อตัว ไล่กันไปทีละโค้ด ตรวจกันไปทีละคำสั่ง ไม่ได้มีแพทเทิร์นสำเร็จเหมือนโปรแกรมภาษาแบบอื่นๆ ดังนั้นคนที่มีความเข้าใจเชี่ยวชาญในการใช้งานภาษาซี จึงได้เปรียบคนอื่นค่อนข้างมาก และจุดที่ยอดเยี่ยมมากๆ ก็คือคนที่เริ่มต้นเรียนเขียนโปรแกรมด้วยภาษาซี จะสามารถต่อยอดไปสู่ภาษาอื่นๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น

เครื่องมือสำหรับการเขียนโปรแกรมที่เรียกว่า Dev Cpp

จริงๆ แล้วโปรแกรมที่สามารถเขียนภาษาซีได้นั้นมีหลายตัว แต่ละตัวก็จะมีข้อดีข้อด้อยแตกต่างกันไป ส่วนหนึ่งในการเลือกใช้ก็ขึ้นอยู่กับความถนัดของแต่ละคนด้วย แต่ครั้งนี้เราจะขอแนะนำเป็น Dev Cpp เพราะหน้าจอมีความสะอาด อ่านง่ายมีเครื่องมือคำสั่งครบถ้วน สามารถไปหาดาวน์โหลดได้ทั่วไป ไม่เสียค่าใช้จ่าย เมื่อใช้งานไปสักระยะหนึ่งก็สามารถอัพเดทเวอร์ชั่นให้ทันสมัยขึ้นได้ด้วย วิธีการใช้งานก็เรียบง่าย ต่อให้ไม่เคยเขียนโปรแกรมมาก่อน จังหวะแรกก็จะรู้ได้เองโดยอัตโนมัติว่า สามารถสร้างงานชิ้นใหม่ด้วยคำสั่ง New ที่อยู่บนแถบเมนูด้านบน เมื่อสร้างแล้วให้บันทึกเลยทันทีก่อนที่จะเริ่มต้นเขียนโปรแกรม โดยบันทึกเป็นไฟล์นามสกุล .c หรือจะใช้เป็น .cpp ก็ได้

เริ่มต้นด้วยการเรียนรู้คำสั่ง

            การเขียนโปรแกรมนั้นไม่มีอะไรยาก แค่เข้าใจว่าคำสั่งอะไรจะทำให้ระบบดำเนินการอย่างไรก็พอ ต่อไปก็แค่เขียนคำสั่งที่ต้องการให้ถูกต้อง ทั้งเรื่องการเว้นวรรค สัญลักษณ์ และลำดับการออกคำสั่ง และคำสั่งพื้นฐานที่ควรรู้มีดังต่อไปนี้

main() นี่คือคำสั่งที่ต้องใช้งานทุกครั้งในตอนเริ่มต้น ซึ่งหลังจากคำสั่งนี้จะต้องตามด้วยเครื่องหมายปีกกา   และโปรแกรมจะรันคำสั่งที่อยู่ในวงเล็บปีกกาทั้งหมด

printf() เป็นคำสั่งสำหรับการระบุข้อความ โดยเราจะพิมพ์ข้อความที่ต้องการลงในวงเล็บ

scanf() เป็นคำสั่งที่ใช้เมื่อต้องการให้โปรแกรมรับข้อมูลจากคีย์บอร์ด ซึ่งสามารถรับข้อมูลได้ทุกประเภท

If() เป็นคำสั่งแบบสร้างเงื่อนไขให้โปรแกรมทำงานตามตัวเลือกที่กำหนดไว้ อย่างเช่น ถ้ากรอกเลข 5 ผ่านทางคีย์บอร์ด ให้แสดงข้อความ “ยินดีด้วย” ออกทางหน้าจอ เป็นต้น

switch case() เป็นคำสั่งสร้างเงื่อนไขเช่นเดียวกัน แต่จะเป็นเงื่อนไขที่มีการเปรียบเทียบด้วย

while loop() เป็นคำสั่งที่บอกให้โปรแกรมทำซ้ำแบบเดิมอีกครั้ง จนกว่าจะมีคำสั่งใหม่หรือมีอะไรสอดคล้องกับตัวเลือกใหม่ที่กำหนดไว้

break() ค่อนข้างชัดเจนว่านี่เป็นคำสั่งให้โปรแกรมหยุดการทำงาน เรามักใช้คู่กับคำสั่ง if คือถ้าไม่เป็นไปตามเงื่อนไขก็ให้หยุดการทำงาน เป็นต้น

continue() เป็นคำสั่งที่บอกให้โปรแกรมข้ามรอบการทำงานที่กำลังดำเนินการอยู่ แล้วไปขึ้นรอบใหม่เลยทันที

เมื่อเราเข้าใจความหมายของการออกคำสั่งเรียบร้อยแล้ว เราก็แค่เขียนลงไปในโปรแกรมว่าเราต้องการให้มันทำงานอย่างไร ในเบื้องต้นให้ลองทำคำสั่งง่ายๆ เช่น แสดงข้อความบนหน้าจอ คิดเลขง่ายๆ เป็นต้น ระหว่างที่ทำก็ลองรันโปรแกรมเพื่อเช็คการทำงานอย่างสม่ำเสมอ อย่าพึ่งเขียนโปรแกรมรวดเดียวจบแล้วค่อยมาตรวจถ้ายังไม่ชำนาญ เพราะถ้ามีจุดไหนพลาดไปจะค้นหาไม่เจอ เสียเวลาค่อนข้างมาก เมื่อเริ่มใช้คำสั่งได้คล่องแล้วก็ให้ต่อยอดไปสู่การเขียนโปรแกรมที่มีความซับซ้อนมากขึ้น อย่างเช่น มีลำดับของคำสั่งหลายขั้นตอน มีเงื่อนไขมากเป็นพิเศษ ไปจนถึงการรวมชุดโปรแกรมหลายๆ อันเข้าด้วยกันเพื่อให้เกิดการสร้างผลงานชิ้นใหม่ออกมา